เช็กเครดิตบูโรยังไง? อัปเดตทุกวิธีตรวจเครดิตบูโรปี 2569 พร้อมวิธีอ่านผลให้รู้ว่ากู้ผ่านหรือไม่

สมัครสินเชื่อไม่ผ่าน กู้ไม่ผ่านหลายที่ หรือถูกปฏิเสธบัตรเครดิต ทั้งที่มีรายได้ประจำ

คำถามแรกที่หลายคนสงสัยคือ

“ติดเครดิตบูโรหรือเปล่า?”

แต่ความจริงแล้ว ก่อนจะสรุปว่าตัวเองมีปัญหาเรื่องเครดิต สิ่งที่ควรทำคือขอตรวจสอบข้อมูลเครดิตของตัวเองก่อน

ปัจจุบันการเช็กเครดิตบูโรทำได้หลายช่องทาง ทั้งผ่านมือถือ ผ่านแอปธนาคาร ผ่านไปรษณีย์ หรือเดินทางไปตรวจด้วยตนเอง

บทความนี้จะอธิบายทุกวิธีแบบละเอียด พร้อมวิธีอ่านรายงานเครดิตบูโร และแนวทางแก้ไขหากพบปัญหาที่อาจส่งผลต่อการขอสินเชื่อ

สารบัญ

เครดิตบูโรคืออะไร?

เครดิตบูโร หรือ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) เป็นหน่วยงานที่รวบรวมข้อมูลสินเชื่อและประวัติการชำระหนี้ของประชาชนจากสถาบันการเงินสมาชิก

ข้อมูลที่ปรากฏในรายงานเครดิตบูโร ได้แก่

  • สินเชื่อส่วนบุคคล
  • บัตรเครดิต
  • สินเชื่อรถยนต์
  • สินเชื่อบ้าน
  • สินเชื่อเช่าซื้อ
  • วงเงินสินเชื่อ
  • ยอดหนี้คงเหลือ
  • ประวัติการชำระย้อนหลัง

ธนาคารและผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนใหญ่จะตรวจสอบข้อมูลเครดิตก่อนอนุมัติสินเชื่อ

หากคุณเพิ่งสมัครสินเชื่อแล้วถูกปฏิเสธ แนะนำให้อ่าน

เช็กเครดิตบูโรแล้วได้ประโยชน์อะไร?

หลายคนคิดว่าควรเช็กเครดิตบูโรเฉพาะตอนกู้ไม่ผ่าน

แต่จริง ๆ แล้วควรตรวจสอบอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

เหตุผลสำคัญ ได้แก่

  • ตรวจสอบว่ามีข้อมูลผิดพลาดหรือไม่
  • ดูว่ายังมีหนี้คงค้างที่ลืมหรือไม่
  • ตรวจสอบสถานะการชำระย้อนหลัง
  • เตรียมความพร้อมก่อนสมัครสินเชื่อบ้านหรือสินเชื่อรถ
  • ป้องกันการสวมรอยเปิดบัญชีหรือกู้เงินโดยไม่ได้รับอนุญาต

เช็กเครดิตบูโรได้ที่ไหนบ้าง?

ปัจจุบันมีหลายช่องทางให้เลือก

ช่องทางออนไลน์

แอปทางรัฐ

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการตรวจสอบข้อมูลเครดิตเบื้องต้นผ่านมือถือ

เว็บไซต์: https://www.thangrath.go.th/

Bureau OK

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการขอรายงานข้อมูลเครดิตฉบับเต็มจากเครดิตบูโร

เว็บไซต์: https://www.ncb.co.th/ncb-infographic/bureau-ok-4/

Krungthai NEXT

สำหรับลูกค้าธนาคารกรุงไทย สามารถขอรายงานเครดิตบูโรผ่านแอปได้

เว็บไซต์: https://krungthai.com/th/content/personal/krungthai-next

MyMo

สำหรับลูกค้าธนาคารออมสิน

เว็บไซต์: https://www.gsb.or.th/online/mymo/

ttb touch

สำหรับลูกค้าธนาคารทีทีบี

เว็บไซต์: https://www.ttbbank.com/th/ttb-touch

ช่องทางออฟไลน์

ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร

เว็บไซต์: https://www.ncb.co.th

โทร: 02-643-1250

ไปรษณีย์ไทย

เว็บไซต์: https://www.thailandpost.co.th

Government Smart Kiosk

เว็บไซต์: https://www.egov.go.th

ผู้ใช้สามารถเลือกช่องทางที่สะดวกที่สุดได้

วิธีเช็กเครดิตบูโรผ่านแอปทางรัฐ

แอปทางรัฐเป็นหนึ่งในช่องทางที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงหลัง

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการตรวจสอบข้อมูลเครดิตเบื้องต้นผ่านมือถือ

ขั้นตอนโดยทั่วไป

  1. ดาวน์โหลดแอปทางรัฐ
  2. ลงทะเบียนผู้ใช้งาน
  3. ยืนยันตัวตนตามระบบ
  4. ค้นหาบริการตรวจเครดิตบูโร
  5. กดยืนยันการขอข้อมูล
  6. รอรับผลผ่านระบบ

ข้อดีคือสามารถดำเนินการได้จากที่บ้าน ไม่ต้องเดินทาง

วิธีเช็กเครดิตบูโรผ่าน Bureau OK

Bureau OK เป็นบริการของเครดิตบูโรที่ช่วยให้ขอรายงานข้อมูลเครดิตผ่านมือถือได้

ขั้นตอนการใช้งาน

  1. ดาวน์โหลดแอป Bureau OK
  2. สมัครสมาชิก
  3. ยืนยันตัวตน
  4. เลือกเมนูขอรายงานเครดิตบูโร
  5. ชำระค่าธรรมเนียม
  6. รอรับรายงานทางอีเมล

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรายงานฉบับเต็มเพื่อนำไปวิเคราะห์รายละเอียด

วิธีเช็กเครดิตบูโรผ่านแอป Krungthai NEXT

ลูกค้าธนาคารกรุงไทยสามารถใช้บริการผ่านแอปได้

ขั้นตอนโดยทั่วไป

  1. เปิดแอป Krungthai NEXT
  2. เลือกเมนูบริการ
  3. เลือกบริการเครดิตบูโร
  4. เลือกประเภทการรับรายงาน
  5. ยืนยันรายการ
  6. ชำระค่าธรรมเนียม
  7. รอรับรายงานตามช่องทางที่เลือก

วิธีเช็กเครดิตบูโรผ่าน MyMo

ลูกค้าธนาคารออมสินสามารถยื่นคำขอผ่านแอป MyMo

ขั้นตอนหลัก

  1. เปิดแอป MyMo
  2. เลือกเมนูบริการ
  3. เลือกขอรายงานเครดิตบูโร
  4. ตรวจสอบข้อมูล
  5. ยืนยันรายการ
  6. ชำระค่าธรรมเนียม
  7. รอรับรายงาน

วิธีเช็กเครดิตบูโรผ่าน ttb touch

ลูกค้าธนาคารทีทีบีสามารถใช้บริการผ่านแอป ttb touch ได้เช่นกัน

ขั้นตอนโดยทั่วไป

  1. เปิดแอป ttb touch
  2. เลือกเมนูบริการ
  3. เลือกบริการเครดิตบูโร
  4. กรอกข้อมูลตามระบบ
  5. ยืนยันการขอรายงาน
  6. ชำระค่าธรรมเนียม
  7. รอรับรายงาน

วิธีเช็กเครดิตบูโรด้วยตนเองที่ศูนย์บริการ

สำหรับผู้ที่ต้องการติดต่อเจ้าหน้าที่โดยตรง สามารถเดินทางไปยังจุดบริการเครดิตบูโรได้

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • บัตรประชาชนตัวจริง
  • ค่าธรรมเนียมตามประเภทบริการ

ขั้นตอนการดำเนินการ

  1. ติดต่อเจ้าหน้าที่
  2. แสดงบัตรประชาชน
  3. กรอกแบบฟอร์มคำขอ
  4. ชำระค่าธรรมเนียม
  5. รับรายงานตามเงื่อนไขของจุดบริการ

วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกใช้แอปหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อมูลเครดิตของตนเอง

เช็กเครดิตบูโรผ่านไปรษณีย์ได้ไหม?

ได้

ผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางสามารถยื่นคำขอผ่านไปรษณีย์ไทยได้

โดยทั่วไปจะต้อง

  • กรอกแบบฟอร์มคำขอ
  • แนบสำเนาบัตรประชาชน
  • ส่งเอกสารตามขั้นตอนที่กำหนด

จากนั้นรายงานจะถูกจัดส่งกลับมาตามที่อยู่ที่แจ้งไว้

ศูนย์เครดิตบูโรอยู่ที่ไหน?

หากต้องการติดต่อโดยตรง สามารถติดต่อ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB)

เว็บไซต์
https://www.ncb.co.th

โทรศัพท์
02-643-1250

อีเมล
consumer@ncb.co.th

ก่อนเดินทางควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการ เนื่องจากจุดให้บริการและเวลาเปิดทำการอาจมีการเปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้ยังมีจุดบริการเครดิตบูโรในห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าหลายแห่ง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

เช็กเครดิตบูโรแล้วต้องดูอะไร?

หลายคนได้รับรายงานเครดิตบูโรแล้ว แต่ไม่รู้ว่าต้องดูตรงไหน

ความจริงแล้วสิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่คำว่า “ติดบูโร” หรือไม่ แต่อยู่ที่รายละเอียดภายในรายงาน

พบข้อมูลค้างชำระหรือหนี้เสีย ควรทำอย่างไร?

หากตรวจสอบเครดิตบูโรแล้วพบว่ามีประวัติค้างชำระ หนี้เสีย หรือสถานะบัญชีที่อาจส่งผลต่อการอนุมัติสินเชื่อ ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกทันที

สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลปัจจุบันหรือเป็นข้อมูลในอดีต รวมถึงประเมินว่าปัญหาเกิดจากหนี้ค้างชำระจริง ภาระหนี้ที่สูงเกินไป หรือการผิดนัดชำระต่อเนื่องเป็นเวลานาน

ในหลายกรณี แม้จะเคยมีประวัติค้างชำระ ก็ยังสามารถฟื้นฟูความน่าเชื่อถือทางการเงินได้ หากเริ่มจัดการหนี้อย่างถูกวิธีและรักษาวินัยในการชำระเงินอย่างสม่ำเสมอ

ผู้ที่ต้องการทราบแนวทางแก้ไขอย่างละเอียด สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่

จ่ายตรงเวลาตลอด แต่กู้ไม่ผ่านได้ไหม?

ได้

เพราะธนาคารไม่ได้ดูเฉพาะประวัติการชำระ

แต่ยังดูปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น

  • รายได้
  • ภาระหนี้ปัจจุบัน
  • อัตราส่วนหนี้ต่อรายได้
  • อายุงาน
  • ประเภทอาชีพ

หากคุณจ่ายตรงเวลามาตลอดแต่ยังถูกปฏิเสธสินเชื่อ แนะนำให้อ่าน

ค้างชำระ 30 วัน มีผลหรือไม่?

มีผล

แม้จะยังไม่ใช่หนี้เสีย แต่การค้างชำระบ่อยครั้งอาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือทางการเงิน

ยิ่งมีประวัติผิดนัดหลายครั้ง ความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธสินเชื่อก็ยิ่งสูงขึ้น

ค้างชำระเกิน 90 วัน อันตรายแค่ไหน?

การค้างชำระเกิน 90 วันถือเป็นสัญญาณความเสี่ยงที่สถาบันการเงินให้ความสำคัญ

ในหลายกรณีอาจส่งผลต่อการอนุมัติสินเชื่อในอนาคต

หากกำลังเผชิญปัญหานี้ ควรศึกษาแนวทางแก้ไขจาก

ปิดหนี้แล้ว ทำไมยังขึ้นในเครดิตบูโร?

หลายคนตกใจเมื่อเห็นบัญชีที่ปิดไปแล้วปรากฏอยู่ในรายงาน

แต่จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องปกติ

ระบบเครดิตบูโรยังคงเก็บข้อมูลประวัติสินเชื่อตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

ดังนั้นการเห็นบัญชีที่ปิดแล้ว ไม่ได้หมายความว่ายังเป็นหนี้อยู่

เครดิตบูโรไม่ดี รวมหนี้ได้ไหม?

เป็นคำถามที่พบได้บ่อย

หลายคนเข้าใจว่าหากเครดิตมีปัญหาแล้วจะไม่สามารถรวมหนี้ได้

แต่ในความเป็นจริง แต่ละธนาคารมีเกณฑ์พิจารณาแตกต่างกัน

บางกรณียังสามารถขอสินเชื่อรวมหนี้ได้ หากมีรายได้และความสามารถในการผ่อนชำระเพียงพอ

รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถอ่านได้ที่

หนี้เยอะจนกู้เพิ่มไม่ได้ ควรทำอย่างไร?

หากมีหนี้หลายก้อนพร้อมกัน

เช่น

  • บัตรเครดิตหลายใบ
  • สินเชื่อส่วนบุคคลหลายสัญญา
  • สินเชื่อรถยนต์
  • หนี้ผ่อนสินค้า

อาจทำให้ภาระผ่อนต่อเดือนสูงเกินไป ส่งผลให้ขอสินเชื่อใหม่ได้ยากขึ้น

แนวทางแก้ไขสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่

หนี้เยอะกู้เพิ่มไม่ได้ ทำยังไง

สรุป

การเช็กเครดิตบูโรไม่ใช่เรื่องยากเหมือนในอดีต

ปัจจุบันสามารถตรวจสอบได้ทั้งผ่านมือถือ แอปธนาคาร จุดบริการเครดิตบูโร และไปรษณีย์ไทย

สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการตรวจสอบข้อมูล แต่คือการเข้าใจว่าข้อมูลเหล่านั้นส่งผลต่อการขอสินเชื่ออย่างไร

หากพบปัญหา ควรรีบแก้ไขตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติสินเชื่อในอนาคต

บทความที่เกี่ยวข้อง

หนี้เยอะกู้เพิ่มไม่ได้ ทำยังไง

ปรึกษาปัญหาหนี้

Please share if you like!
สารบัญ